[X] close
[X] close

11 ที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีในเกียวโต

ก่อนที่เราจะไปดู 11 สถานที่ที่น่าสนใจในการไปชมใบไม้เปลี่ยนสีในแถบเมืองเกียวโต ของประเทศญี่ปุ่น เรามาทราบข้อมูลของช่วงฤดูใบไม้ร่วง หรือ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีข้อมูลที่ควรรู้:ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.-พ.ย.) ใบไม้ส่วนใหญ่ จะเริ่มเปลี่ยนสีจาก
สีขาวเป็นสีเหลืองส้มหรือแดง ก่อนที่จะร่วงหล่นไปจนหมดต้น ใบของต้นไม้บางชนิดเช่น ใบอิโจ (แปะก้วย) จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองก่อนจะร่วงหล่นจนหมดต้น ทำให้ธรรมชาติในยามนั้น 
งดงามด้วยสีที่สดใสตระการตาน่าภิรมย์ยิ่ง ซึ่งน่าจะเรียกเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีมากกว่า
ฤดูใบไม้ร่วง ตามปกติใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี จากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของญี่ปุ่น ราวต้นเดือนตุลาคมจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งตรงกันข้ามกับดอกซากุระ ที่จะเริ่มบานจากท้องถิ่นทางภาคใต้ขึ้นสู่ภาคเหนือ 
แต่ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี และช่วงเวลาที่ดอกซากุระบาน
จะคลาดเคลื่อนแตกต่างกันไปในแต่ละปี ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและอุณหภูมิในปีนั้นๆ

เรามาเริ่มรู้จักกับ 11 สถานที่ท่องเที่ยวในการชมใบไม้เปลี่ยนสีในเมืองเกียวโตกันเลยดีกว่า
 

1.สวนป่าไผ่ (Bamboo Groves)

            หลายคนคงเห็นในโปสเตอร์โฆษณาท่องเที่ยวกันบ่อยๆ เป็นสวนป่าไผ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยต้นไผ่สูงลิ่วเป็นสิบเมตรนับหมื่นๆ ต้น ตลอดข้างทาง ตั้งอยู่ทางเหนือของวัดเทนริวจิ  ที่นี่อาจจะไม่ได้มีใบไม้เปลี่ยนสี แต่รับรองว่าประทับใจกับวิวสองข้างทางแน่นอน 




2. วัดเทนริวจิ

            วัดที่มีสวนญี่ปุ่นเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1339 และได้รับการรับรองว่าเป็นมรดกโลกในปี 1994 อีกด้วย ภายในจัดสวนไว้อย่างสวยงาม  วัดอยู่กับสวนป่าไผ่ 
เวลาเปิด-ปิด :08.30-17.30 น.
ค่าเข้าชม 
: 500 เยน 



3. รถไฟสายโรแมนติก

            ใครเดินจนเมื่อย แนะนำให้นั่งรถไฟสายโรแมนติก  ที่วิ่งลัดเลาะไปตามหน้าผาที่สูงชันกับสายน้ำที่เชี่ยวกราดเบื้องล่าง  แต่สองข้างทางจะเต็มไปด้วยสีสัน  ส้มเหลืองของใบโมมิจิตลอดเส้นทาง  นั่งชิวเพลินๆ กับรถไฟสีแดงรูปร่างคลาสสิคก็สมกับชื่อรถไฟสายโรแมนติกจริงๆ
ต่าใช้จ่าย : 600 เยน / เที่ยว 



4. อาราชิยามา

            อาราชิยามา เป็นชื่อภูเขาและเป็นชื่อเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองเกียวโต  เป็นอีกหนึ่งที่ที่นักท่องเที่ยวไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยและตื่นตาตื่นใจกันอย่างล้นหลาม  ที่นิยมก็คือสะพานโทเกซีเคียวที่มีความหมายว่า  สะพานข้ามสู่ดวงจันทร์  ถ้าใครมีเวลาแนะนำให้ล่องเรือแม่น้ำ Hozu (3900 เยน / คน) ซึมซับกับบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีตามแนวแม่น้ำ เรียกได้ว่า สุนทรีย์กันสุดๆ



5. วัดทองหรือคินคะคุจิ

            วัดทองสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1408 เพื่อเป็นที่พำนักของโชกุนอาชิคางะ  โยชิมิตสึ(Ashikaga Yoshimitsu) วัดนี้สร้างตามสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่น  โดยตัววัดเป็นอาคาร 3 ชั้น  ซึ่งชั้นแรกสร้างตามแบบของพระราชวัง ชั้นที่สองสร้างตามแบบความเชื่อของซามูไร  และชั้นที่สามสร้างแบบความเชื่อของวัดพุทธนิกายเซ็น  สันนิษฐานกันว่าเป็นวัดที่เณรน้อยเจ้าปัญญาอิคคิวซังพำนักอยู่เมื่อครั้งมีชีวิต  วัดทองรอดพ้นจากการถล่มทางอากาศในช่วงสงครามโลก  แต่กลับถูกลองวางเพลิงจากเณรใบ้ลูกวัด รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้บูรณะใหม่ซึ่งเป็นหกลังที่เราเห็นในปัจจุบันและองค์กรยูเนสโกก็ได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1994 อีกแห่งหนึ่งด้วย วิวของอาคารสีทองสะท้อนผิวน้ำนิ่งเรียบ ช่างเป็นภาพที่สวยงาม
เวลาเปิด-ปิด : 09.00-17.00 น.
ค่าเข้าชม : 400 เยน
 



6.  วัดเอ็นโคจิ

            แนะนำว่าอย่าข้ามวัดนี้ไปโดยเด็ดขาด เพราะใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่อลังการธรรมชาติสร้างมากมาย  ถึงแม้ทางเข้าเป็นซอยของบ้านคน  มีแยกซอยเล็กซอยน้อยซับซ้อนหน่อย  แต่พอไปถึงรับรองหายเหนื่อย
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-17:00 น. 
ค่าเข้าชม : 500 เยน



7. วัดเงินหรือกินคะคุจิ

            วัดเงินหรือวันกินคะกุจิ เป็นวัดนิกายเซน  สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. 2017 โดยโชกุนอาชิคางะ โยชิมิทสึ ที่สร้างวัดทอง เป็นอาคาร ชั้น และมีนกฟีนิกซ์อยู่บนหลังคาอาคารเช่นเดียวกัน  บริเวณรอบๆวัดเงิน  มีพื้นดินที่มีมอสหลากหลายชนิดขึ้นปกคลุม  เดินไปแล้วรู้สึกถึงชุ่มชื้นเย็นสบาย  อีกสิ่งนึงที่มีความน่าสนใจคือ  สวนแบบญี่ปุ่นซื่งออกแบบโดยโซอามิ  ศิลปินนักจัดสวนชื่อดัง  โดยเฉพาะลานสวนหินทรายที่มีชื่อเสียงมาก  และมีกองทรายที่กล่าวกันว่าเป็นสัญลักษณ์แทนภูเขาไฟฟูจิตั้งอยู่ในสวนด้วย  วัดกินคะคะคุจิได้รับการขึ้นเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1994
เวลาเปิด-ปิด : 08.30-17.00 น.
ค่าเข้าชม : 500 เยน



8. วัดเออิคังโดะ

Eikando  แปลว่า  “Temple Of Maple Leaves”  ที่สวนแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยสีสีนของใบไม้สีเหลืองส้มสลับกันไปดูแล้วเพลินตายิ่งนัก  ในเดือนพฤศจิกายนทางวัดจะมีการ Light Up ในตอนกลางคืนด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 09.00-17.00 น.
ค่าเข้าชม : กลางวัน  1000 เยน (ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี)
กลางคืน  600 เยน 

 

9. วัดนันเซ็นจิ

            วัดนิกายเซนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเกียวโต  ภายในจะมีพื้นที่กว้างมาก  และมีอารามย่อยๆ อยู่ภายใน  ซึ่งเวลาเปิด-ปิด และค่าเข้าชมวัดย่อยๆ แต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไป  ภายในอารามประกอบด้วยโบสถ์กลาง และโบสถ์เล็ก 12 แห่งเปิดให้เข้าชมเพียง แห่ง ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี  จะมี Light-up ที่ Tenjuan Temple 
เวลาเปิด-ปิด : 09.00-17.00 น.
ค่าเข้าชม 
กลางวัน 400 เยน /กลางคืน  500 เยน





10. วัคิโยมิสึหรือวัดน้ำใส

            “คิโยมิสึ” มีความหมายว่า น้ำบริสุทธิ์  ซึ่งมี่ที่มาจากการที่น้ำตกไหลผ่านเนินเข้าลงมายังบริเวณวัด  จากแม่น้ำ 3สาย  สายที่ ประสบความสำเร็จด้านการศึกษา  สายที่  สมหวังในความรัก  สายที่ สุขภาพแข็งแรง  วัดคิโยมิสึเป็นมรดกโลกอันเก่าแก่มานานกว่า  1500 ปี  อาคารหลักของวัดคิโยมิสึมีระเบียงขนาดใหญ่สูง  13 เมตร  สร้างยื่นออกจากด้านข้างของเนินเขา  มีเสาไม้ค้ำยันถึง  139 ต้นก่อสร้างอาคารโดยการใช้สลักยึดอาคารแทนการใช้ตะปูยึด  กลางคืนจะมี Light up  ให้ชมสุดอลังการ  และบริเวณเนินเขาทางขึ้นวัดจะมี  “ถนนสายการน้ำชา”  ที่เรียกชื่อนี้เพราะแต่ก่อนมีร้านขายของที่ระลึกต่างๆ มากมายเดินจนลืมว่ามาวัดกันเลยทีเดียว
เวลาเปิด-ปิด 
: 06.00-18.00 น.
ค่าเข้าชม 
กลางวัน 300 เยน / กลางคืน  400 เยน



11. วัดโทฟุคุจิ

            เป็นวัดขนาดใหญ่  สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1236 มีต้นเมเปิ้ลมากกว่า 2,000 ต้น  เวลามองลงไปจากระเบียงไม้ที่เชื่อมระหว่างโบสถ์เอก  Hondo กับวิหาร Kaisando ที่อยู่เหนือสวนจะมีทะใบไม้แดงอยู่ตรงหน้ากันเลยทีเดียว  
เวลาเปิดให้เข้าชม : 09.00-16.00 น.
ค่าเข้าชม : 400 เยน



หากสนใจเดินทางไป ทัวร์ญี่ปุ่น ติดต่อสอบถามเข้ามาได้ที่ 088-942-6445 หรือ 089-962-6644
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น และ JGB MAGAZINE